สาธารณรัฐเช็กซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อไวรัสโควิด-19สูงสุดในยุโรป ขอเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้มาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงปรากสาธารณรัฐเช็กเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบาร์และร้านอาหารในสาธารณรัฐเช็กประเทศที่มีประชากร 10.7 ล้านคนได้รับคำสั่งให้ปิดบริการ แต่ลูกค้าสามารถหาซื้อกลับไปรับประทานข้างนอกได้ โรงเรียนก็ต้องใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมในการเรียนการสอน สโมสรกีฬาและฟิตเนสส์ โรงละคร โรงภาพยนตร์ต้องปิดให้บริการทั้งหมด ยกเว้นร้านค้าที่ยังเปิดให้บริการ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของยุโรปรายงานว่า พบอัตราการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ในสาธารณรัฐเช็กในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ที่ 828 รายต่อประชากร 1 แสนคน ซึ่งสูงมากกว่า 10 เท่ากับเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนี ซึ่งที่เช็กนี้นับตั้งแต่กลับมาเปิดเรียนได้อีกครั้งเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมาว่าพบว่าการติดเชื้อเพิ่มมากถึง 7 เท่า เจ้าหน้าที่เตือนว่าโรงพยาบาลจะมีผู้ป่วยเข้ามารักษามากขึ้น

นายคาเรล ฮาฟลิเซค รองนายกรัฐมนตรีเช็กกล่าวว่า รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ในสัปดาห์นี้ว่าจะใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเต็มรูปแบบหรือไม่ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต้องรออย่างน้อย 2 สัปดาห์จนถึงวันที่ 2 พ.ย.นี้ถึงจะตัดสินใจได้

ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมในสาธารณรัฐเช็ก 171,487 คนแล้วและเสียชีวิต 1,402 คน