ตรวจสุขภาพลูก : เด็กยิ่งเสี่ยงยิ่งต้องตรวจ อีกกรณีที่คุณหมอแนะนำให้ตรวจเป็นพิเศษ คือ กลุ่มเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ในครอบครัวมีประวัติผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง เบาหวาน หรือความดัน ควรตรวจเลือดและร่างกายอย่างละเอียดเช่นเดียวกับการตรวจสุขภาพของผู้ใหญ่ ช่วงอายุที่เหมาะสมในการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเช่นนี้คือ อายุ 2-4 ขวบ และไม่ควรพลาดการตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อลูกเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น

เด็กกลุ่มเสี่ยงอีกกลุ่มหนึ่งคือ เด็กที่ก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเร็วหรือช้ากว่าเกณฑ์ เช่น เด็กผู้หญิงมีเต้านมตั้งแต่ 8 ขวบ หรือเด็กผู้ชายอายุประมาณ 13-14 ปี แต่เสียงยังไม่แตก ยังไม่ฝันเปียก หรือยังไม่มีขนบริเวณหัวหน่าวและรักแร้ หากลูกมีลักษณะอาการเช่นนี้ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อทำการรักษาและตรวจอายุกระดูกด้วยการเอ็กซเรย์
ตรวจพิเศษ

ตรวจสุขภาพลูก : เด็กยิ่งเสี่ยงยิ่งต้องตรวจ

อย่างที่คุณหมอบอกว่าลูกน้อยของเราแตกต่างจากผู้ใหญ่ การตรวจสุขภาพของเด็กนอกจากจะเป็นการเฝ้าระวังแล้ว พ่อแม่ก็จะได้รับคำแนะนำไปด้วยว่า ลูกน้อยในแต่ละช่วงวัยจะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร พ่อแม่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างไร หรือเรื่องของการเลี้ยงดูลูกว่า พัฒนาการแบบนี้ พฤติกรรมและพื้นอารมณ์แบบนี้ปกติหรือเปล่า หากละเลยไม่พาลูกไปตรวจอาจทำให้ลูกได้รับการช่วยเหลือล่าช้า จากโรคที่รักษาหรือช่วยบรรเทาเบาบางได้ อาจกลายเป็นโรคที่หมดโอกาสรักษาและกลายเป็นปัญหาของลูกน้อยไปตลอดชีวิตได้ค่ะ

การตรวจสุขภาพลูกเบื้องต้น ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน

1. สังเกตการเจริญเติบโตของลูก

วิธีสังเกตการเจริญเติบโตของลูกอย่างง่ายๆ คุณพ่อคุณแม่อาจเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน ว่าลูกของเรามีสัดส่วนแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ มากน้อยแค่ไหน หรือคำนวณแบบคร่าวๆ ด้วยตัวเอง เช่น

เมื่อลูกอายุ 1 ขวบ ควรมีน้ำหนักเป็น 3 เท่าของตอนแรกเกิด
เมื่อลูกอายุ 2-5 ขวบ น้ำหนักควรเพิ่มประมาณ 2.5 กิโลกรัมต่อปี
เมื่อลูกอายุ 5 ขวบขึ้นไป น้ำหนักควรเพิ่มประมาณ 3 กิโลกรัมต่อปี

ส่วนสูงก็เช่นเดียวกัน เด็กในช่วงอายุ 2-5 ขวบ ควรจะสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 6-8 ซม.ต่อปี และควรจะสูงขึ้นเรื่อยๆ หากน้ำหนักและส่วนสูงของลูกค่อนข้างนิ่ง หรือแตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันมาก ควรพาไปตรวจกับคุณหมอสักครั้งนะคะ
การดูแลสุขภาพลูก
การตรวจเช็กสุขภาพลูกเบื้องต้น

2. สังเกตพัฒนาการลูกน้อย

เรื่องพัฒนาการคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง เช่น วัยขวบครึ่งแล้ว หากยังไม่เดิน หรือวัยสองขวบแต่ยังไม่พูด หรือพูดไม่ได้ แม้แต่คำที่ความหมายง่ายๆ สั้นๆ นี่คือเกณฑ์ในระดับที่เรียกว่าพัฒนาการล่าช้าอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรลังเลในการพาไปพบคุณหมอ หรือหากมีสิ่งที่ลูกเคยทำได้ แต่มาวันนี้กลับทำไม่ได้ ลูกอาจมีพัฒนาการถดถอย เช่น เคยพูดได้แต่ไม่พูด เคยเดินได้แล้ว แต่ไม่ยอมเดิน คุณพ่อคุณแม่ควรต้องระวัง เพราะอาจเป็นอาการหนึ่งของโรคออทิสติก โรคทางสมองบางอย่าง ความเจ็บป่วยที่แอบซ่อนอยู่ หรือเด็กอาจมีปัญหาด้านการปรับตัว อารมณ์ หรือจิตใจ ซึ่งต้องให้คุณหมอวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้ง

3. สังเกตการได้ยิน

หากลูกอายุหกเดือนแล้วยังไม่ค่อยเล่นน้ำลาย หรือเรียกแล้วดูไม่ค่อยสนใจ อาจเป็นสัญญาณบอกว่าลูกมีปัญหาด้านการได้ยิน

4. สังเกตการมองเห็น

หากลูกหยีตาเวลามอง หรือเอียงหน้าเอียงคอมอง ควรระวังเรื่องของสายตาสั้น และควรพาไปตรวจสายตากับคุณหมอด้วยนะคะ